ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนจากสถานะ “เพื่อน” กลายเป็น “แฟน” มันไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นสถานะเดิมได้ ?


เริ่มต้นจากคำว่า  “เพื่อน”  จนวันนึงกลายมาเป็น  “แฟน”  มันไม่ยากเลย แต่จากสถานะคำว่า “แฟน”  ให้กลับมาเป็น “เพื่อน” ทำไมมันรู้สึกลำบากใจจัง !!         มันเริ่มต้นจาก เค้ามาเป็นพนักงานใหม่ ความรู้สึกแรกพบ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนว่า เวลามันหยุดลงตรงนั้น เพราะ …รูปลักษณ์ภายนอก  เค้าคือ สเปค  แต่ก็เท่านั้นแหละ !!  เพราะเรามีแฟนแล้ว และ เค้าก็มีแฟนแล้ว … (-_- )” …แต่มันอาจจะเป็นความรู้สึกของเราข้างเดียว แบบรู้สึกดีเวลาอยู่ใกล้ ๆ รู้สึกอบอุ่น แบบบอกไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีแฟนแล้ว แต่มันก็เป็นความรู้สึกดี ๆ ช่วงเวลาที่อยู่ใกล้เค้า     เมื่อเวลาผ่านไป มันเริ่มมีความสนิท คุยเล่น หยอกล้อ จากรูปลักษณ์ภายนอกจนถึงนิสัยในฐานะเพื่อนร่วมงาน ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนนึง แต่เราก็กลับรู้สึกแปลกใจกลับการกระทำของเค้าบางอย่าง เช่น เราเป็นคนชอบแกล้ง เราเอาปากกาไปวาดบนมือ บนแขนเค้า เค้ากลับอยู่เฉย ๆ ให้เราวาดรูป เราเอากิ๊บติดผมสีชมพูไปติดบนหัว ก็ปล่อยให้เราติด แต่ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานคนอื่น  (ผญ.เหมือนกัน) ก็คงด่าไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นผู้ชายที่มีฝีปากดีพอสมควร แต่กับเราเค้าไม่เคยว่าเลย    เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ  ความรู้สึกของเราก็เพิ่มตาม แต่ทำไงได้ ทั้งคู่ต่างมีแฟนแล้ว  ทำอะไรก็ต้องระวัง บางทีก็รู้สึกหยอกล้อกันเกินเพื่อนก็ต้องเบรคไว้บ้าง เกรงใจตัวเอง เกรงใจสายตาเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ  จนวันนึง น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ของความรู้สึกเราทักเค้าว่า เรา :  ปากแห้งนะทาลิปมันหน่อยมั้ย? เค้า :  ทาให้หน่อยแต่ไม่ทาจากแท่งนะ ตอนเย็นเค้าเดินมาคุยกับเราให้ห้องเอกสาร ซึ่งเราเก็บเอกสารอยู่คนเดียว เค้าพูดว่า เค้า  : “ไหนอ่ะ ลิปมัน รู้สึกปากแห้ง”เรา : ยื่นลิปมันให้ “อ่ะนี่”เค้า : “ไม่เอาไม่ทาจากแท่ง “เรา : นิ่งไปพักนึง ลุกขึ้นเดินไปทาลิปให้ … ทาให้จากปากเรา (^3^) >> แรงเนอะ รู้ตัว (ด่าได้แต่อย่าแรงมากนะ)เค้า : นิ่งไปแพ๊บ  (จำไม่ได้ว่าเค้าพูดว่าไร) โอ้ย!! จิตกระเจิง นี่กูปีนต้นงิ้วเริ่มจากโคนต้นแล้วสินะ     จากนั้นต่อมาเรื่อย ๆ เราเริ่มคุยกันบ่อยขึ้น ความรู้สึกยิ่งเพิ่มขึ้น แต่เราคิดว่ารู้สึกฝ่ายเดียวและเริ่มไม่สบายใจ จนมันมาถึงจุดที่เรา “เลิกกับแฟน” ถามว่า เราเลิกกับแฟนเพราะเค้ามั้ย บอกเลยว่า แค่ 10%  เพราะเราเลิกกันมาแล้วรอบนึงแล้วกับมาคบกันใหม่ ปัญหาเดิม ๆ ยังคงมีอยู่ อย่างกับประโยคที่ว่า “การที่เรากลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิมอีกครั้ง ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าตอนจบของหนังสือเล่มนี้เป็นยังไง” เราก็เลยกลับมาโสด !!  เวลาผ่านไปเกือบๆ ปี เค้าก็เลิกเลิกกับแฟนเหมือนกัน ซึ่งมันทำให้เราได้มาคบกัน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่บอกใครไม่ได้แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน แต่เค้าไม่เคยบอกเราว่า ห้ามบอกใคร แต่เค้าแสดงออกด้วยการกระทำซึ่งเราก็ไม่ Mild ตรงนั้น แค่แอบคิดเล็ก ๆ ว่าทำไม ? ซึ่งเราพยายามไม่คิดมาก ไม่ทำตัววุ่นวาย เราพยายามไม่ถามหาเหตุผลที่เค้าเลิกกับแฟนเค้า ทั้ง ๆ ที่อยากรู้ เพราะตลอดเวลาที่คบกันเรายังรู้สึกว่าเค้ายังรักแฟน(เก่า) เค้าอยู่ เราถามเค้าบ่อย ๆ ว่าตกลงเราเป็นอะไรกัน ? ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือ เราเป็นแฟนกัน แต่การกระทำของเค้าบางอย่างมันทำให้เราไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ แต่เราก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้อยู่ประมาณ 2 ปี (2 ปี ของคำว่าแฟน ไม่รวมระยะเวลาเป็นเพื่อน) ซึ่งแรก ๆ เราเจอกันบ่อยทุกอาทิตย์ หลัง ๆ เค้าก็มา ๆ หายๆ เพราะเค้าเปลี่ยนที่ทำงาน ซึ่งในใจลึก ๆ เรารู้ตัวว่า “เค้าไม่ได้รักเราหรอก เค้าคงแค่เหงา” แล้วมีเราแก้ขัด     เรายอบรับว่าเรารู้สึกดีตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน และก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความรู้สึกและการกระทำที่เค้าให้เรา เรากลับไม่รู้สึกถึงความรัก !!     และเมื่อไม่นานมานี้ เรื่องราวของเรามันก็จบลง จบลงแบบทำลายความรู้สึกเรามาก ทุกครั้งที่เค้าหายไปนาน ๆ เราจะบอกเค้าว่า ” ถ้าไปชอบไปรักคนอื่นแล้วให้บอกเรา อย่าเราให้เรารู้เอง เรายอมเลิกให้ ” ที่บอกไปแบบนั้นเพราะว่า เรารู้ว่าถ้าไม่ได้รักกัน รั้งใจกันไว้ไม่ได้หรอก  โต ๆ กันแล้ว ขอแค่บอกกันดี ๆ เพราะเราคงยังจะเป็นเพื่อนกันได้ แต่ …. เค้าแอบคบ ผญ.อีกคน นับเวลาแล้วประมาณ 1 ปี ที่เค้าแอบคบกัน มันทำให้เราคิดย้อนกลับไป ตอนเราทำงานด้วยกัน ต่างคนต่างมีแฟน แต่แอบกิ๊กกัน …  นี่คงเป็นเวรกรรมสินะ !! แต่เราบอกแล้วว่ามีอะไรให้บอก ไม่รักกันแล้วก็บอก อย่าให้รู้เอง แบบนี้มันทำให้เรารู้สึกโง่มาก ยอมรับว่าโกรธมาก และก็ไม่ได้รับฟังคำอธิบายจากเค้า หรือคำแก้ตัวจากเค้าเลย  เค้าไม่มีแม้แต่คำพูดที่จะรั้งเราไว้ แสดงว่า ที่ผ่านมาเราเป็นแค่เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว และก็ เพื่อนนอน สินะ !!  เจ็บตรงนี้แหละ มันก็คงเป็นเวรกรรมจริง ๆ แหละ ปีนต้นงิ้วตั้งแต่แรกแล้วนิ ผ่านมา 4-5 เดือนแล้ว คิดทุกวัน  “ไม่น่าเอาเพื่อนทำแฟนเนอะ เพราะเวลาเสีย มันเสียทั้งเพื่อน เสียทั้งแฟน” สุดท้ายก็เสียใจ