
หากพูดถึงนาฬิกายอดนิยมของ Rolex หนึ่งในนั้นต้องมี Rolex GMT-Master II แน่นอน เพราะรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ในยามเดินทางข้ามไทม์โซน ข้ามแผ่นดิน หรือท่องเที่ยวไกลๆ โดยเฉพาะ ด้วยหน้าปัดที่สามารถอ่านสองไทม์โซนได้พร้อมๆ กัน จนนำไปสู่จุดกำเนิด ที่เริ่มต้นจากสายการบิน Pan Am เที่ยวบินจากนิวยอร์กไปยังมอสโก ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจของนักบินที่ต้องเดินทางข้ามไทม์โซนบ่อยๆ และตัวเรือนที่แข็งแรง ทนทานสูง สามารถทนได้ทุกสภาพอากาศ ทำให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทาง เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์โลก นำทางให้คนสวมใส่ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ด้วยเหตุนี้เอง บทความจะพาไปส่องคุณสมบัติของ Rolex GMT-Master II และแนะนำนาฬิกาลุคเท่ที่ครองใจใครหลายคนมาฝากกัน!
หนึ่งเรือนนาฬิกาสองไทม์โซน
Rolex GMT-Master ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นนาฬิกาเพื่อนคู่ใจนักเดินทางโดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์อันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนที่หมุนได้ทั้งสองทิศทางและขอบหน้าปัด 24 ชั่วโมงที่มีให้เลือกทั้งแบบสีเดียวและสองสี ซึ่งส่วนครึ่งบนของหน้าปัดแสดงเวลากลางคืนและส่วนครึ่งล่างแสดงเวลากลางวัน ต่อมาปี 1982 Rolex ได้เปิดตัวรุ่น GMT Master II พร้อมกลไกใหม่ ทำให้ปรับตั้งเข็มชั่วโมงได้อย่างอิสระจากเข็มนาฬิกาอื่นๆ ด้วยกลไกลักษณะนี้ เมื่อรวมกับเข็มชั่วโมง นาที วินาที และเข็มสามเหลี่ยม 24 ชั่วโมง ทำให้ Rolex GMT-Master II สามารถแสดงเวลาได้ถึงสองเขตเวลาพร้อมกัน ตอบโจทย์การใช้งานของนักเดินทางทั่วโลกได้เป็นอย่างดี
หน้าปัด Cerachrom เซรามิกจากเทคโนโลยีเหนือชั้น
การพัฒนาวัสดุเซรามิกสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของนาฬิกาของ Rolex ทำให้ได้วัสดุที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม มีสีสันที่เข้ม โดดเด่นไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดีเยี่ยมและไม่เป็นสนิม Rolex จึงได้พัฒนาความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตชิ้นส่วนเซรามิกเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง และยังมาพร้อมกับขอบหน้าปัด Cerachrom เซรามิกสองสีคือ สีดำและสีเขียว โดยมีสเกล 24 ชั่วโมงและตัวเลขเคลือบแพลทินัมด้วยเทคโนโลยี PVD (การเคลือบด้วยไอเชิงฟิสิกส์) และขอบหน้าปัดหมุนได้สองทิศทางพร้อมขอบร่องที่ช่วยให้ปรับตั้งเวลาได้สะดวก
ตัวเรือน Oyster ทนทาน กันน้ำได้ดี
ด้วยตัวเรือน Oyster ขนาด 40 มม. ผลิตจากทองคำขาว 18 กะรัต สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร (330 ฟุต) และได้ติดตั้งเม็ดมะยมระบบกันน้ำสามชั้น Triplock ที่ยึดเข้ากับตัวเรือนอย่างแน่นหนาด้วยการ์ดป้องกันเม็ดมะยม ทำให้ Rolex GMT-Master II มีคุณสมบัติกันน้ำได้ ไม่หวั่นแม้เจอสภาพอากาศแปรปรวนหรือลงน้ำ นอกจากนี้กระจกหน้าปัดยังผลิตจากแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และมาพร้อมเลนส์ขยายวันที่ Cyclops ทำให้สามารถอ่านวันที่ได้อย่างชัดเจนและง่ายดาย ทำให้ตัวเรือน Oyster สามารถช่วยปกป้องกลไกอันซับซ้อนของนาฬิกาได้เป็นอย่างดี
กลไกคาลิเบอร์ 3285 ความลับแห่งความเที่ยงตรง
นาฬิกา Rolex GMT-Master II ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 3285 ซึ่ง Rolex พัฒนาและผลิตขึ้นเองทั้งหมด กลไกขึ้นลานอัตโนมัตินี้ถือเป็นเทคโนโลยีด้านการผลิตนาฬิกาที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดในทุกด้าน ทั้งความเที่ยงตรง การสำรองพลังงาน ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยคาลิเบอร์ 3285 ทำงานร่วมกับชุดกลไกปล่อยจักร Chronergy ที่โดดเด่นเรื่องการประหยัดพลังงานและความทนทาน ตัวชุดกลไกผลิตจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัส จึงสามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้สูง นอกจากนี้ยังติดตั้งแฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าซึ่ง Rolex พัฒนาขึ้นจากอัลลอยที่ทนต่อสนามแม่เหล็กเป็นพิเศษ ด้วยการออกแบบกระปุกลานและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของชุดกลไกปล่อยจักร ทำให้คาลิเบอร์ 3285 สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ Rolex GMT-Master II เป็นที่ยอมรับในการแสดงเวลาได้พร้อมกันถึงสองไทม์โซน และเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงอย่างหน้าปัด Cerachrom ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและมีสีสันโดดเด่น ด้วยตัวเรือน Oyster สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร เสริมด้วยระบบเม็ดมะยม Triplock และขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 3285 มีประสิทธิภาพสูงในการสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 70 ชั่วโมง และทนทานต่อสนามแม่เหล็กด้วยชุดกลไก Chronergy ทำให้ Rolex GMT-Master II จึงไม่ใช่เพียงแค่นาฬิกา แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความแม่นยำและความทนทานที่คู่ควรกับนักเดินทางตัวจริง!






