
ตอนจบของความเจ็บ
ฉันเก็บสมุดโน๊ตเล็กๆใส่กระเป๋าเพราะต้องไปแล้ว ก้มมองลีลาวดีตรงหน้าที่ร่วงหล่นพื้นเพราะฝนโปรยตั้งแต่เมื่อคืน
ข้อความบนสมุดท่อนสุดท้าย…เขียนว่า….
อย่ายัดเยียดอะไร…ให้กับใครที่ไม่ร้องขออย่าเอาความหวังดี….ไปเบียดพื้นที่ส่วนตัวใคร
ฉันไม่รู้ว่า…ฉันเจ็บเพราะคิดได้ หรือเจ็บเพราะอะไร
กับเรื่องราวที่ไม่เคยมีตอนเริ่มต้น….และไม่มีตอนจบ ฉันเลยเขียนเรื่องของเราไม่ได้
เพราะมันไม่เคยมีคำว่า…เรา…
กับการตัดใจ…แล้วค่อยๆเดินถอยออกมา ช่วงเวลาของน้ำตา ดูเหมือนมันเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง กับการกลับไปกลับมาของหัวใจ
ฉันไม่รู้ว่า…คนที่ถูกร่ำลาจะรู้สึกอะไรมั้ย แต่ความเจ็บ…มันคงไม่เกี่ยวว่าใครเป็นคนบอกลา อยู่ที่ใครรู้สึกมากกว่า…ก็เจ็บเท่านั้นเอง และตอนนี้….ฉันเจ็บ!
……………………………..
เธอลุกขึ้นไปแล้ว…เธอที่ชอบมานั่งในสวน ถ่ายรูปต้นไม้ ดอกไม้ แล้วใช้เวลานานๆกับการขีดๆเขียนๆ…ฉันไม่รู้ว่าเธอเสียใจอะไรมา
วันนี้…ข้อความเธอแสนเศร้าและทำให้ฉัน…มีน้ำตาเช่นกัน
ฉันไม่รู้ว่า…คำทักทายของฉัน…เธอจะได้ยินมันบ้างไหม
เธอเคยเขียนว่า….เรามีคำว่า…”รัก” คำว่า…”คิดถึง” เป็นคำทักทายที่พูดกันเรื่อยเปื่อย หาสาระความหมายและซาบซึ้งอันใดไม่มี
หัวใจเธอคงมีกำแพง….ก่อไว้สูงเกินความหมายใดๆจะเข้าถึงหัวใจเธอ
เมื่อเธอไม่ทำลายกำแพงนั้นลง หัวใจรักเธอจะโบกบินไปถึงหัวใจใครที่เธอขีดเขียนลงในกระดาษได้อย่างไร
คงเหมือนฉัน…..ฉันที่…บอกคิดถึง…เธอทุกวันฉันที่…บอกรักเธอเสมอฉันที่….เป็นแค่คำทักทาย…ที่เธอไม่ได้ยินเช่นกัน
ฉัน…คือ…ลั่นทมดอกนั้นดอกไม้….ที่เธอชื่นชม…แล้วจากไป ต่อให้เปลี่ยนเป็นลีลาวดี…เธอก็จากไป
ฉันพูดไม่ได้…แต่…ฉัน…รู้สึกยังโง่งมหลงในคำทักทายของเธอ คำว่า…รัก…ที่เธอทักทายกันวันนั้น
แล้วเธอว่า…คนที่เจ็บมากกว่ากัน…คือใคร






