ทำไมโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้
เชื่อว่าเหล่าผู้ชื่นชอบในเรื่องราวแปลกๆจากต่างแดน โดยเฉพาะจากอินเดียแล้วน่าจะเคยได้ยินตำนาน ของเผ่าเคอร์มัน ในพิธีที่เรียกว่า “กาจัน” ที่ว่ากันว่า ในทุกๆปีจะต้องมีการตัดหัวลูกชายคนแรกของบ้าน เพื่อเป็นการถวายแด่พระศิวะ และที่น่าสะเทือนในก็คือ คนตัดจะเป็นพ่อของเด็ก ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญว่า โหดเป็นอย่างมากในโลกโซเชี่ยล แต่!! เมื่อเวลาผ่านไป ถนนหนทางเข้าถึงทุกหมู่บ้านพร้อมๆกับกฎหมาย พิธีกรรมที่ผิดกฎหมายก็คงไม่สามารถที่จะทำได้เหมือนเดิม แต่พิธีก็ยังมีอยู่ พวกเค้าจะทำอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมๆกัน

ในรัฐเบงกอล รัฐที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศบังคลาเทศ ในเดือนเมษายนทุกๆปีจะมีเทศกาลที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ShiberGajan จัดอยู่เป็นประจำ เทศกาลกาจันเป็นพิธีกรรมที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในรัฐเบงกอล ทำเพื่อถวายแด่พระศิวะ พระแม่กาลีและพระแม่ธรณีเพื่อขอพรให้ฝนฟ้าตกถูกต้องตามพิธีการและทำพิธีให้แก่เด็กๆของพวกเค้า

โดยชาว เคอร์มันมีความเชื่อว่า เมื่อพวกเค้าทำการปลูกข้าว คันไถที่กรีดลงไปยนพื้นดินนั้นเปรียบเหมือนการกรีดเนื้อของพระแม่ธรณีซึ่งทำให้พระองค์รู้สึกเจ็บปวด ดังนั้นเทศกาลนี้นอกจากจะเป็นการขอพรต่อพระศิวะและพระแม่กาลีแล้วยังเป็นการขอขมาต่อพระแม่ธรณีอีกด้วย

พิธีการนี้ชาวบ้านจะแต่งตัวกันแบบเต็มยศ เป็นพระแม่กาลีบ้าง พระศิวะบ้าง เดินแห่ไปรอบเมืองด้วยความเชื่อที่ว่าจะมอบโชคและสุขภาพที่ดีให้ นอกจากนี้แล้วยังมีพิธีการทรมานตนเองของผู้ที่มีความเชื่อเช่นการ นำตะขอมาเกี่ยวหลังแล้วดึงขึ้นไปบนอากาศ เพื่อเป็นการขอขมาพระแม่ธรณีและซึมซับความเจ็บปวดจากการทำเกษตรกรรม

ส่วนเรื่องราวที่ร่ำลือกันน่าจะเป็นการเดินถือพวงศีรษะของมนุษย์ไปรอบๆ เมืองในพิธีกาจันของชาวเคอร์มัน โดยพวกเค้าก็มีการจัดเทศกาลเช่นเดียวกับชาวเบงกอลในหมู่บ้านอื่นๆแต่พิธีของพวกเค้าจะโหดกว่าตรงที่ จะมีชายถือมีดกรุข่าเดินร่วมขบวนโดยในมือจะถือกะโหลกของมนุษย์ที่มีสภาพแห้งกรังไปรอบๆเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่า หัวกะโหลกเหล่านี้ถวายแด่องค์พระศิวะและพระแม่กาลี พิธีกรรมนี้ครั้งหนึ่งเคยถูกร่ำลือว่า เป็นพิธีกรรมที่จะนำเด็กผู้ชายที่เป็นลูกคนแรกของครอบครัว มาให้พ่อของเด็กเป็นผู้ตัดหัวเด็กแล้วใส่เชือกห้อยไว้โดยที่ทำเพื่อให้พระศิวะพอใจ

แต่ในปัจจุบันพิธีกรรมนี้ได้ถูกล้มเลิกไปเนื่องจากการเข้ามาของวิทยการและกฎหมาย การกระทำเช่นเดิมถือว่าเป็นความผิด ชาวบ้านจึงต้องเลิกทำกันและหันมาใช้กะโหลกเก่าๆ หรือกะโหลกของญาติๆ ที่เสียชีวิตแทน


แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยได้ชื่อว่าเป็นพิธีกรรมสุดโหดไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าขอบเขตของ “ศีลธรรม” คนเรามีมาตรฐานไม่เท่ากัน สิ่งที่คนนอกอาจจะมองว่ามันแปลกหรือผิด คนในสังคมนั้นอาจจะมองว่าเป็นสิงธรรมดา ซึ่งเราๆก็คงจะได้มองด้วยความสยองก็พอ คงไม่ต้องถึงกับไปตัดสินว่าที่เค้าทำมันไม่ถูก เราก็คงทำได้เท่านี้แหละ กรณีนี้ก็เป็นหนึ่งกรณีที่ชี้ว่า สิ่งที่ทำให้คนเราอยู่ในมาตรฐาน”ศีลธรรม”เดียวกันนั่นก็คือกฎหมายนั่นเอง
ข้อมูลและภาพจาก spokedark






