ความรักไม่ผิด แต่ถูกที่ ผิดเวลา ผิดจังหวะไปเท่านั้นเอง


ต้นเรื่อง มันเกิดจากสาเหตุที่ว่า เราเหงา เราอยู่คนเดียว แฟนเราก็พึ่งเรียนจบก็ต้องกลับไปทำหน้าที่บวชให้กับพ่อแม่เป็นเดือนและช่วงนี้เราก็เรียนซัมเมอร์ด้วย วันๆก็เรียน ทำงานการบ้าน กิน นอน เที่ยว หลายๆอย่าง แต่ทุกๆอย่างก็ต้องทำคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ได้อยู่กับแฟนเหมือนเช่นเคย เพื่อนๆเราบ้างก็กลับบ้านอยู่ตจว. ก็เหลือพวกที่เรียนซัมเมอร์ด้วยกันแหละ พวกมันก็อยู่กับแฟนกัน เราก็เลยไม่อยากไปวุ่นวายให้เป็นส่วนเกิน ก็เลยต้องหมกตัวอยู่แต่ในห้องมั่ง เล่นโซเชียลต่างๆ แบบนี้วนไปทุกวันๆ ๆ หลักๆก็เล่นพวก เฟส ไอจี ทวิต นะส่วนมาก แต่พันทิปนี่ปกติก็อ่านอย่างเดียว แต่วันนี้ขอเหอะ ขอระบายหน่อย ขอความเห็นหน่อย จะถูกจะผิด ติชมไรเรายอมรับฟังหมด แต่ขอร้องอย่าด่าแรง!! เดี๋ยวจขกท.น้อยใจน้าา ><”          เข้าเรื่องเลยละกัน เราเป็นชอบชอบโพสต์รูปในไอจีมาก เล่นทั้งวันแหละ ก็คนมันเหงาไม่มีอะไรทำนี่นา แต่พอมาวันนึง เราเจอคนๆนึง ในไอจี เขาน่ารักมาก กดเลิฟให้เราทุกรูปตลอดเลย ด้วยความที่ต้องไปกดคืนเพื่อเป็นมารยาทเราก็เข้าไปกดรูปเขาคืนมั่ง แต่พอดึกของคืนวันนั้น อะไรดลใจให้ไปทักเขาด้วย อิโมติคอนโง่ๆอันนึงก็ไม่รู้?? ไม่ได้หวังให้เขาตอบกลับมานะ แค่ลองทักดูเฉยๆ เพราะ อยากเป็นเพื่อนกับเขาแค่นั้นเองในตอนนั้น เลยคิดว่า ถ้าฉันได้เป็นเพื่อนกะคนนี้เก๋ดี มีเพื่อนเป็นทหารอากาศอ่ะ เกร๋ๆ        ประเด็นแรก พอส่งอิโมติคอนโง่ๆไปปุ้บ เขาก็ส่งตอบคืนมาปั๊บ เราก็ตื่นเต้น เลยลองทักทายกันตามธรรมดา แต่พอคุยเข้าๆ มันไม่ใช่ละ มันเริ่มมีความรู้สึกเคมีตรงกัน คุยถูกคอด้วย เลยไปนัดเจอกันที่ท่าช้าง เพราะเขาเป็นคนชอบเที่ยว เพราะ อาจจะเหนื่อยจากงานหรือเครียด ด้วยความที่เราก็อยากเจอเลยตกลงจะไปกับเขา โดยมีเพื่อนสสนิทขอไปด้วยอีกสองคน นัดกันไว้แล้วเรียบร้อย แต่ด้วยความที่เราตื่นเต้นมากอยากเจอเขาก่อน เลยลองชวนเขาไปดูทาร์ซซานกันมั๊ย เขาก็ไม่ปฏิเสธนะ ตอบรับคำชวนเราทันที แล้ววันนั้นเรามีสอบตอนเช้าไง ถ้าจะดูก็คงต้องเป็นรอบบ่ายแหละ หลังจากนี้เขาก็เคลียร์งานจนเสร็จก่อนเที่ยง เพื่อที่จะมาดูหนังกับเรา พอพากันไปดูหนังแล้วก็ไม่ทันจองรอบบ่าย เลยได้ไปจองรอบสี่โมงเย็น ในระหว่างรอเวลา ก็ชวนกันไปกินสเวนเซ่น เพื่อรอเวลา ละก็ได้คุยกันทำความรู้จักตีสนิทกัน ณ ตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดีนะ บอกได้เลยว่าคุยกันแล้วมีความสุขมากๆ เขาก็มีความสุขเหมือนเราเลยแหละ มันคล้ายๆที่เค้าเรียกว่าเดท มันคือเดทแรกของเราสองคน พอใกล้เวลาที่หนังจะฉายแล้วก็เลยรีบไปดูหนัง ระหว่างนั้น หนังสนุกมาก เราก็แอบมองเค้า เค้าก็แอบมองเรา ดูไปเขินไป แต่ไม่กล้าจับมืออะไรกันหรอก555          ประเด็นสอง พอดูหนังจบ เขาก็มาส่งเราที่ห้อง ระหว่างนั้นฝนดันตกพอดี เลยนั่งคุยเล่นกันในห้อง เขาก็จ้องแต่หน้าเราไม่ละสายตาเลย ทำเอาเขินแทบบ้า เลยเปลี่ยนเรื่องคุยว่า แล้วนัดที่เราจะไปท่าช้างกันล่ะ จะไปกี่โมง มีใครไปบ้าง เราก็เลยโทรไปคอนเฟิร์มกับเพื่อนทั้งสองคน สรุปว่า เพื่อนเราทั้งสองนั้นผิดนัดอีกแล้ว ด้วยข้ออ้างเหตุผล108 นานาสารพัด เหมือนชักแม่น้ำทั้ง5มาพูดก็ได้ แต่เราก็เข้าใจเพื่อนนะ เลยบอกไม่เป็นไรไป เราก็มาคิดดูอีกทีนะว่าแบบตกลงกันดิบดี แล้วพอถึงเวลาก็ต้องเจอแบบนี้ นี่เราโดนเพื่อนเทหรอ??/ละคิดดูนะเราจะมีหน้าไปบอกเขายังไง นัดไว้แล้วด้วย เขายังให้เพื่อนเขาไปเปิดโต๊ะรอแล้วด้วย แต่พอลองคุยๆดูเขาก็เข้าใจ คุยกันไปเรื่อยๆฝนก็ไม่ยอมหยุดตกซักที เขาเลยต้องติดแหงกอยู่ในห้องกับเรา แบบสองต่อสอง ละเวลาก็ผ่านไปจนดึกมาแล้วกว่าจะได้ออกไปท่าช้างอีก เลยตกลงเลื่อนวันออกไปก่อน ส่วนเพื่อนที่ไปเปิดโต๊ะเขาก้ย้ายร้านตามเพื่อนเขาไปอีกที ก้จบไปไม่มีปัญหา        ประเด็นที่สาม คือ ตอนนั้นเราง่วงมาก เพราะ เมื่อคืนก็อ่านหนังสือ นอนน้อย ตื่นเช้ามาสอบอีก ไปดูหนังอีก เลยขอตัวไปอาบน้ำก่อนละเดี๋ยวมานั่งคุยด้วย คอมมีนะเปิดเล่นได้ ระหว่างรอฝนหยุด ละเราก็รีบอาบน้ำ พออาบเสร็จปรากฏว่า เขาหลับไปแล้ว เราก็คิดเอาไงดีๆ จะปลุกดีไหม ปลุกเถอะ สุดท้ายก็ตัดสินใจปลุกเขา เขาก็ตื่นละทำงานเขินๆว่า เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ฝนฟ้าก็ดูท่าจะไม่ยอมหยุดตกเลย เราเลยบอกให้เขาไปอาบน้ำก่อนก็ได้ เผื่อฝนไม่หยุดตก555 เราก็พูดเล่นๆเนอะ เขาก็ตอบเราว่า ถ้าฝนไม่หยุดเขาจะขอค้างที่นี่กับเรา เราก็คิดนะจะดีหรอ แต่เราก็ไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น เลยตอบไปว่าแล้วแต่ เขาเลยยอมไปอาบน้ำ เราก็พอจะมีเสื้อผ้าให้เขาเปลี่ยนมั่ง แต่คือเสื้อไม่มีมันตัวเล็กไปเขาใส่ไม่ได้ มีแต่กางเกง เขาเลยใส่แต่กางเกง หลังจากนั้นก็คุยกันไปเรื่อยๆจนง่วง แต่ก็แบบว่าสองต่อสองอ่ะ เขาก็พยายามอยากอยู่ใกล้ๆเรานะ เราก็รู้อยู่แก่ใจแล้วด้วยว่าเขาก็ชอบเรา ไม่งั้นเขาไม่แสดงออกกับเราขนาดนี้หรอก
หลังจากที่ฝนไม่หยุด เราทั้งคู่ก็ง่วงมาก เลยปิดไฟนอน ตอนแรกก็ต่างคนต่างนอน พอดึกๆเข้าๆ เขาก็เริ่มขยับแขนมากอดเรา พอเราสดุ้งเขาก็บอกว่าขอกอดหน่อยได้ไหม เราก็บอกว่า เราจะนอน อย่าพึ่งก่อกวน เขาก็บอกว่าไม่กวนๆ ละก็กอดเรานอนจนเราหลับไป         แต่ก่อนที่เราจะคุยกะเค้าอ่ะ เราก็ศึกษาดูแล้ว เตือนตัวเองแล้วว่าเขามีแฟนแล้ว คงไม่อะไรมากหรอก (นี่เป็นเจตนาความคิดเราตอนแรกแหละ ที่บอกว่า เราอยากมีเพื่อนเป็นทหารอากาศมั่งไรงี้ มันแลดูเกร๋ๆดี นะแกรรในชีวิตเรามีแต่เพื่อนตำรวจ กับทหารบกงี้ไง)  !เราทั้งคุยกับเพื่อนสนิท ปรึกษากันแล้วว่าเราอยากเป็นเพื่อนกับคนนี้จริงๆ เขาน่ารักดี แต่เราปรึกษาเพื่อนที่เป็นเกย์ไง แบบว่า
เรา : ว่างไหมกูมีเรื่องปรึกษา?เพื่อน: เออ.. ว่ามา  เรา : พอดีกูชอบคนๆนึงงะ เป็นทหารอากาศ กูว่ามันน่ารักดี แค่อยากมีเพื่อนเป็นทหารอากาศเฉยๆ ไม่มีไรมาก อีกอย่างมันกะมีแฟนแล้วด้วยเพื่อน : ไหนเอาหน้ามันมาสแกนซิว่าผ่านไหม?เรา : เราก็แคปรูปส่งให้เพื่อน เพื่อน : กูว่ามันน่ารักอะ ผ่านๆๆเรา : แหม ก็ธรรมดาแหละ แต่ก็น่ารักจริงๆเพื่อน : เอาสิ เอามันไม่ใช่เอาแฟนมันเรา : จะบ้าหรอ ก้อเพื่อน : จริงๆก็เจ้าชู้เหมือนกันนะเรา : เอาหน่า อย่าพึ่งอู๊ดอี๊ดว่ากูเพื่อน : แต่กูว่าแฟนมันหน้าเหมือนถาดนะ ถาดอะ (พร้อมเสียงหัวเราะ)เรา : หาา เหมือนถาด!! ถาดเลยหรอ!! (แล้วหัวเราะไปพร้อมๆกัน)เพื่อน : เออ บานอย่างกะถาดจริงๆนะ ถามกลมๆแบนๆลายดอก อย่างถาดวัดอ่ะ เรา : ส่งสติ๊กเกอร์โง่ๆ  ชอบใจๆ ขอคาราวะเลยกับเรื่องเปรียบเสมือน ขำแรงมากเพื่อน (เปรียบเทียบจากรูปนางกับถาดแล้ว) ตัวจริงๆนางอาจจะน่ารักก็ได้เพื่อน : ไม่หรอกเรา : ตัวเล็กๆ ขาวๆ ผอมๆ แต่หน้าถาด ? เพื่อน : ในรูปมักจะดูดีกว่าตัวจริงเสมอเรา : ถูกค่ะ เพื่อน : อันนี้คอนเฟิร์ม  กูว่าลองดูคอมเม้นแฟนมันสิ อยากจะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่านี่ -ัวกูเรา : เออ กูเห้นละ เพื่อน : อ่อนั่นแหละเรา : แบบรักกันมากเพื่อน : เหอะจากที่ดูกูเห็นอีนั่นเหมือนคิดไปเอง ผช ยังไม่เห็นจะอะไรด้วยเลยเรา : แต่ถ้ามันรักแฟนมันจริง มันต้องไม่นอกใจ ไม่คุยกะกูแล้วดิ เพื่อน : เออใช่..
อ่อ .. พอดีเมื่อเช้าลืมเล่าให้ฟัง คืองี้ ต่างคนก็ต่างมีแฟน แต่ก็มารักกันชอบกัน บางคนอาจจะคิดว่า หาา?? เรื่องแบบนี้ก็ได้หรอ ? รับไม่ได้ ? บลาๆๆๆ ….  เพราะว่าเจอกันช้าไปนี่มันผิดมากเลยหรอคะ บทสนทนานี่เราปรึกษากับเพื่อนก่อนที่จะไปดูหนังกับเขาอีก แต่ตอนนั้นไม่คิดเหมือนกันว่าเรื่องมันจะเลยมาถึงจุดนี้ไง  โดยส่วนตัวเราก็ไม่ใช่คนดีอะไรที่ไหน ดีเรื่องอื่น แต่กลับไอ่เรื่องความรักนี่มันก็ห้ามกันไม่ได้หรอก จิตไร้สำนึกมันมีอยู่แล้วแหละ ลึกๆในใจของทุกคนอ่ะ คุณอย่าปฏิเสธมันเลย แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ต้องเลวเหมือนคู่เราก็ได้ เคสเรามันก็แค่เจอกันผิดจังหวะไปหน่อย แต่เราก็หาทางออกที่ดีที่สุดโดยการปรับตัวเข้าหามันแล้ว แต่ถ้าวันไหนมันถึงจุดจบ มันก็ต้องจบ เราก็ต้องยอมรับความจริง ยอมรับข้อตกลงที่เราปราถนา
สุดท้ายนี้แล้ว ความรักไม่ผิดหรอก มันผิดที่ความต้องการล้วนๆ และถ้าคู่เราต้องจบกับแฟนเราจริงๆ พูดเลยจะไม่อู๊ดอี๊ด เพราะสำหรับเรานะ การที่เราเห็นคนที่เรารักทำอะไรแล้วเขามีความสุข เราก็มีความสุขกับเค้าด้วยเช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้นๆด้วย
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นและสารพัดคำด่านะคะ สิ่งที่เราทำไปเราต่างก็รู้ตัวดีค่ะ อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านจงจำไว้นะคะว่า ความรักไม่ผิด ผิดที่ความต้องการ.. ความรักของเราเป็นแบบนี้ แล้วความรักของคุณล่ะคะ .. ยังไงก็ถ้าเห็นต่างกับเรายังไงก็ไม่ควรเอาเคสเป็นแบบอย่างนะคะ ขอบคุณที่เข้าใจกัน