เช็กก่อนทำตาให้เป๊ะ! รวมเทคนิคฮิตที่คลินิกทำตา 2 ชั้นเลือกใช้ แบบไหนเหมาะกับเรา

ปัจจุบัน การศัลยกรรม โดยเฉพาะการทำตา ชั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือน่ากลัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นการศัลยกรรมที่เรียกได้ว่า ฮอตฮิตสุดๆ เพราะเพียงแค่ปรับรูปตาแค่เพียงนิดเดียว ให้มีชั้นตาชัดเจน ดูบาลานซ์กัน ก็ช่วยเสริมทั้งบุคลิก อัปความมั่นใจ ให้ดวงตาสดใส ดูมีมิติ แถมทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอีกด้วย! หลายคนเลือกเข้าคลินิกทำตา 2 ชั้น เพื่อแก้ไขปัญหาตาชั้นเดียว หนังตาตก หรือเพื่อเพิ่มเสริมจุดเด่นให้ดวงตาตนเอง แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าจะได้ตา 2 ชั้นที่สมบูรณ์แบบ ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับรูปหน้านั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะการเลือก ‘เทคนิคทำตา 2 ชั้น’ ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนต่างก็มีปัญหาด้านดวงตาที่แตกต่างกัน ชอบผลลัพธ์ต่างกัน ในบทความนี้ เลยขอพามาดูว่าเทคนิคทำตา 2 ชั้นที่คลินิกทำตา 2 ชั้นเลือกใช้ แบบไหนเหมาะกับใครบ้าง!

1. เทคนิคกรีดสั้น (Mini Incision)

เทคนิคนี้เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่อยากได้ชั้นตาแบบธรรมชาติ โดยแพทย์จะกรีดแผลเล็กๆ บนเปลือกตาและนำไขมันออกเล็กน้อย จากนั้นจึงสร้างชั้นตาใหม่ จุดเด่นของเทคนิคนี้คือแผลเล็ก ฟื้นตัวไว ลดโอกาสบวมช้ำหนักๆ และยังไม่ต้องพักฟื้นนาน คนที่เรียนหรือทำงานสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว ผลลัพธ์จะได้ชั้นตาที่ดูสดใส ไม่ดูแปลกตา หรือดูไม่เป็นธรรมชาตินั่นเอง

2. เทคนิคกรีดยาว (Full Incision)

ใครที่มีปัญหาหนังตาหย่อนเยอะ หนังตาตกจนบดบังตา หรือมีไขมันสะสมมาก เทคนิคกรีดยาวคือคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะแพทย์จะกรีดยาวไปตามแนวเปลือกตา เปิดเพื่อเอาหนังส่วนเกินและไขมันออกไปพร้อมกัน จากนั้นจะออกแบบชั้นตาใหม่ให้คมชัด จุดแข็งของเทคนิคนี้คือผลลัพธ์ชัดเจน เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดหลังทำ และอยู่ได้นานหลายปี เหมาะกับผู้ที่อยากได้ดวงตาคมชัด มีมิติ และไม่ต้องกังวลว่าชั้นตาจะหายไปในเวลาสั้นๆ

3. เทคนิคเย็บ 3 จุด (Buried Suture)

หนึ่งในเทคนิคยอดนิยมที่หลายคนเลือก เพราะไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ เพียงเจาะรูเล็กๆ ที่เปลือกตา 3 จุด แล้วใช้ไหมละลายหรือไหมถาวรเย็บสร้างชั้นตาใหม่ ข้อดีของเทคนิคนี้คือแผลเล็กมาก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และไม่ต้องพักฟื้นหลายวัน ผลลัพธ์ที่ได้คือดวงตาที่ดูหวานขึ้น มีความละมุนแลดูธรรมชาติ จุดเด่นอีกอย่างคือสามารถปรับชั้นตาให้ดูไม่หนาจนเกินไป เหมาะกับผู้ที่อยากลองทำตาสองชั้นครั้งแรก หรือต้องการผลลัพธ์ที่ดูซอฟต์ๆ

4. เทคนิคปรับหางตาและหัวตา (Epicanthoplasty/Lateral Canthoplasty)

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าดวงตาของตัวเองเล็ก ตาชิด หรืออยากได้ลุคตาโตแบบสายเกาหลี โดยการผ่าตัดจะปรับบริเวณหัวตาหรือหางตาให้กว้างและยาวขึ้น ทำให้ดวงตาดูเรียวยาวและสมดุลกับรูปหน้า ใบหน้าดูสดใสและละมุนกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งคอนแท็กต์เลนส์หรือการแต่งตาหนักๆ เหมาะกับผู้ที่อยากปรับลุคใหม่ให้ดวงตาดูคมชัดและเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น

 

การทำตาสองชั้นไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจได้อย่างมาก ปัจจุบันมีหลายเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแบบเย็บชั้นตา กรีดสั้น กรีดยาว หรือการปรับหางและหัวตา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกคลินิกทำตา 2 ชั้นที่มีแพทย์มากประสบการณ์ที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับรูปทรงตาโดยเฉพาะ และใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับลักษณะตาของเรา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาแก้ตาภายหลัง!

หากใครที่มีแพลนที่จะศัลยกรรมด้านดวงตา และกำลังหาคลินิกทำตา 2 ชั้นที่ตอบโจทย์ด้านผลลัพธ์และความปลอดภัยที่ไว้ใจได้อยู่ ที่ Dr. Vii Clinic มีแพทย์มาประสบการณ์ด้านศัลยกรรมตาโดยเฉพาะ พร้อมออกแบบชั้นตาให้เหมาะกับรูปหน้า บุคลิก ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละคน ตั้งแต่การประเมินก่อนทำอย่างละเอียด ไปจนถึงการดูแลหลังทำที่ใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ออกมาทั้งสวย ดูธรรมชาติ เหมาะสมกับรูปหน้าและตรงใจ!