4 องค์ประกอบในการ จัดฮวงจุ้ย ที่ถูกต้อง โดย ซินแสไฮเทค

1. ชัยภูมิ (รูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังปราณ)

คือเรื่องคุณภาพของชัยภูมิที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆตัว
ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสพลัง
ซึ่งเป็นปัจจัยในด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ซึ่งแบ่งเป็นภายนอกและภายใน

ภายนอก
? ทิศทางของรถที่วิ่งอยู่บนของถนน
? ระดับความสูงต่ำของพื้นที่รอบๆอาคาร
? ทิศทางของกระแสลมและน้ำ
? อาคารที่อยู่รอบๆ
? สภาพแวดล้อมอื่นๆที่อยู่รอบตัว เช่น จั่วแหลม ป้ายโฆษณา หม้อแปลง เสาไฟฟ้า และรวมไปถึงทุกๆสิ่งที่มองเห็นหรือสัมผัสได้

ภายใน
? ตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ซึ่งเป็นจุดรับพลังเข้ามาในอาคาร
? ห้องนอน ห้องทำงาน ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้อยู่อาศัยสะสมพลังวันละหลายๆชั่วโมง
? ห้องครัว เตาไฟ เป็นบริเวณที่พลังงานความร้อนหรือธาตุไฟกระจายออกมามากที่สุด

 

2. องศาทิศทาง (สูตรการคำนวณพลังปราณ)

องศาทิศทางของพลังสนามแม่เหล็กโลกที่ทำมุมส่งพลังดีหรือร้ายเข้ามาทาง
ประตู หรือหน้าต่างของบ้าน โดยปัจจัยนี้ตาเปล่ามองไม่เห็น
แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก
และยังต้องมีสูตรลับที่ใช้ในการคำนวณทางพลังงาน
ที่คิดค้นขึ้นมาโดยปรมาจารย์ในอดีต
ที่จะบอกให้รู้ว่าชัยภูมิที่เรามองเห็นด้วยตานั้น
ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับองศาทิศทางของพลังงาน จึงจะสามารถบอกให้รู้ได้ว่า
สิ่งที่เห็นนั้นจะส่งผลดีหรือร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยอย่างไร

เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยปัจจัย 2 ด้าน เช่น
มนุษย์เราก็มีด้านที่เป็นร่างกาย(มองเห็นสัมผัสได้)
และด้านที่เป็นวิญญาณ(หรือพลังงาน) ซึ่งถ้ามีแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณ
ก็จะเรียกว่าศพ คือไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้ เช่น
แม้ว่าเราจะเอาอวัยวะทุกชิ้นส่วนมาเรียงต่อกันครบทุกชิ้นจนเป็นตัวคน
ก็ไม่อาจจะมีชีวิตขึ้นมาได้ เพราะขาดในส่วนของวิญาณ
ส่วนถ้าหากมีแต่วิญาณที่ไร้ร่างกายรองรับ เราก็จะเรียกว่าเป็นผี
ที่ล่องลอยไร้แก่นสาร ซึ่งในแง่ของฮวงจุ้ยนั้น
ก็จะพิจารณาว่าวัตถุรอบๆตัวแต่ละชนิดที่เรามองเห็นอยู่นั้น
ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับพลังของในแต่ละทิศทาง
จึงจะเกิดอิทธิพลส่งผลต่อคนที่อยู่ในบ้านขึ้นมาได้

เช่น
จั่วแหลมที่พุ่งเข้ามาใส่หน้าต่างห้องนอนของเรา
ก็ไม่ใช่จะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่นอนในห้องนั้นทุกวัน
แต่ต้องรอว่าเมื่อไหร่ที่พลังไม่ดีหมุนเคลื่อนตัวเข้ามาทับในทิศทางนั้น
จึงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาได้

การจัดหรือแก้ไขฮวงจุ้ยก็คือ ต้องอ่านให้ออกว่า
ถ้าปัญหาอยู่ที่ชัยภูมิซึ่งไม่ยอมจ่ายกระแส
ก็ต้องแก้ไขเอาสิ่งที่ขวางกระแสออก เช่น ตัดต้นไม้หน้าบ้าน
ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทางเข้าออก
หรือวัตถุบางชนิดไปอยู่ในทิศทางที่พลังไม่ดี
จึงทำปฏิกิริยาให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่อยู่ในบ้านนั้นๆ
ก็จัดการเอาวัตถุนั้นออกเสีย
ซึ่งปัญหาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ซินแสที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยได้

แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ถ้ายกห้างมาบุญครองไปเปิดในป่าช้าชลบุรี
ซินแสคนไหนในโลกก็คงไม่อาจช่วยคุณขายดีหรือเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้
นอกจากจะแนะนำให้ย้ายออก
ซึ่งอย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ที่จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นใน
อนาคต เหมือนอย่างกรณีที่
อ.มาศได้มีโอกาสไปดูฮวงจุ้ยให้ฝรั่งที่ตึกเวิร์ลเทรดที่อเมริกา
ก็แนะนำให้เขาย้ายออกอย่างเดียว แก้อย่างอื่นไม่ได้
เพราะเขาเป็นผู้เช่ารายเล็กๆของตึกทั้งหมด
ซึ่งก็ยังช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้

ส่วนถ้าเป็นปัญหาเรื่ององศาทิศทางของพลังไม่ดี
ก็ต้องหาทางแก้ในเรื่องทิศทาง ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงที่วัตถุหรือชัยภูมิ เช่น
ถ้าบ้านหลังนั้นหันไปรับกับทิศทางที่พลังไม่ถูกยุคถูกสมัย
เข้ามากระตุ้นให้คนในบ้านตัดสินใจลงทุนผิดพลาด
จึงได้ทำให้เกิดความล้มเหลวเสียหาย
ก็ต้องแก้ไขโดยการปรับองศาทิศทางของบ้านให้รับพลังที่ถูกยุคเข้ามาเสริมคน
ให้คิดหรือวางแผนกลยุทธ์ได้เข้ากับยุคสมัยหรือโอกาสภายนอก

 

3. ดวงชะตา (พลังที่ประจุในตัว)

          คือ
พลังที่ประจุเข้าไปในตัวของเราตอนที่เกิด
ซึ่งจะต้องคำนวณละเอียดไปถึงขั้นยามที่เกิด จึงจะใช้การได้จริง
ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทำให้เราต้องการพลังที่ไม่เหมือนกัน
เข้ามาเสริมพลังในตัว โดยจะใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าทิศทางของบ้าน
อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้คุณกับบุคคลมากน้อยแค่ไหน
รวมทั้งการจัดทิศหัวนอนและทำงาน
นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเลือกรูปแบบการตกแต่งบ้าน
กำหนดวิธีการปรับแก้ดวงชะตา

4. ฤกษ์ยาม (กาลเวลาที่สอดคล้อง)

คือ วิธีการคำนวณช่วงระยะเวลาที่พลังจากจักรวาล
จะส่งผลบวกต่อบุคคลและทิศทางของบ้าน เพื่อประสานปัจจัยพลังงานของฟ้า ดิน
และคน ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมีเทคนิคในการคำนวณหาที่สลับซับซ้อน
ไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน

ถ้าหากการจัดฮวงจุ้ยไม่ได้กระทำครบทั้ง 4 องค์ประกอบ ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดประสิทธิผลตามที่คาดหวังได้
เช่น ท่านอาจจะได้ชัยภูมิที่ดี องศาทิศทางที่นำกระแสพลังที่ถูกยุคเข้ามา
แต่ถ้าท่านเริ่มต้นก่อสร้างในวันเวลาที่พลังงานจากฟ้าไม่ดี
ทำให้บ้านของท่านประจุพลังร้ายเข้าไปในบ้าน
เมื่อท่านเข้าไปอยู่ก็จะสะสมพลังร้ายเหล่านี้เข้าไปในตัว
ย่อมทำให้ชีวิตค่อยๆผกผันไปในทางไม่ดี
โดยที่ซินแสที่มาตรวจสอบฮวงจุ้ยให้ท่านในภายหลังจากที่ท่านเข้าอยู่แล้ว
ก็อาจงงว่าชัยภูมิและองศาทิศทางดีแต่ทำไมไม่เจริญรุ่งเรือง

 

แต่สูตรที่ถูกต้องในการสร้างสัมพันธ์ของทั้ง 4
ปัจจัยให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด
ที่เปิดเผยหรือสอนกันอยู่ตามสำนักต่างๆในปัจจุบัน
จึงแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น บางแห่งดูชัยภูมิใช้หลักวิชาหนึ่ง
แต่คำนวณองศาทิศทางของพลังจะใช้อีกวิชาหนึ่ง
ส่วนการจัดห้องให้เข้ากับบุคคลก็ไปใช้อีกวิชา
พอหาฤกษ์ที่จะดำเนินการก็ไปใช้อีกระบบ เมื่อไม่ได้ใช้วิชาในระบบเดียวกัน
จึงอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาดังที่ประสงค์ไว้

ปัญหาของวงการวิชาฮวงจุ้ยในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานของวิชา
เหมือนกับระบบการแพทย์ที่จะมีขั้นตอนชัดเจนว่า ถ้าผู้ป่วยมีอาการแบบไหนมา
จะต้องเริ่มต้นรักษาด้วยขั้นตอนไหน เนื่องจากวิชาฮวงจุ้ยนั้น
ถือกำเนิดมาในโลกตะวันออกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง
เพราะในโลกตะวันตกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ
คุณจะได้รับการยกย่องเชิดชู เมื่อใดที่มีการพูดถึงในเรื่องนี้
ก็จะต้องอ้างอิงชื่อของคุณ
ถ้าหากจะนำผลงานของคุณไปใช้ก็จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์
จึงทำให้หลักวิชามีมาตรฐาน ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงได้

ส่วนในโลกตะวันออกนั้น
เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ
ทุกคนมีแต่รอคอยจะก็อปปี้ เมื่อนำไปใช้ก็อ้างว่าตนเองค้นพบเอง
จึงไม่มีใครอยากที่จะเปิดเผยวิชาออกมา
มีแต่จะสอนให้กับลูกหลานหรือลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น
ส่วนถ้าจะมีการเขียนตำรา ก็จะไม่เปิดเผยเคล็ดวิชาที่แท้จริงลงไป

จึงทำให้ไม่มีการกำหนดหลักมาตรฐานของวิชา ว่าจัดแบบนี้ถูก จัดแบบนั้นผิด
ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือซินแสทุกคนจะมีความเชื่อว่า
วิชาที่ตนเองเรียนมาเป็นวิชาที่ถูกต้อง จึงไม่ค่อยจะมาสังสรรค์สมาคมกัน
และก็เป็นเรื่องของวาสนาของลูกค้าเองว่าจะพบซินแสคนไหน ใช้วิชาอะไร
หรือชำนาญกับชัยภูมิแบบที่ตรงกับบ้านของคุณพอดี เรียกว่ารักษาถูกโรค
ก็จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว

การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่เรื่องของมือสมัครเล่นที่อ่านหนังสือที่ขายอยู่ใน
ท้องตลาดไม่กี่เล่มจะมาตั้งตัวเป็นซินแสรับให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป
คือประเภทที่เรียนรู้มาไม่จริง แต่กลับมาเดินในเส้นทางนี้
เอาวัตถุมงคลมาหลอกขายชาวบ้าน เช่น การติดเสือคาบดาบ
หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งเจ้าที่ ฮกลกซิ่ว ตั้งวัตถุมงคล
ของปลุกเสก หรือยันต์ต่างๆ เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้
ซึ่งซินแสในปัจจุบันกว่า 90 % เป็นเช่นนี้
ทั้งๆที่ในคัมภีร์โบราณทางฮวงจุ้ยทั้งหมดไม่เคยมีการบัญญัติให้ใช้สิ่งเหล่า
นี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ซินมั่ว

หลักการที่ถูกต้องของวิชาฮวงจุ้ย ก็คือ
หาวิธีการช่วยให้คนนำความรู้ความสามารถและศักยภาพที่เขามี
ไปจับกับความต้องการของตลาดหรือโอกาสภายนอก
ลองยกตัวอย่างของคน2
คนที่เก่งเท่ากัน ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ทุกๆวันที่ออกไปหาลูกค้าวันละ 10
ราย
ถ้าคนแรกออกไปแต่ละวันก็บังเอิญได้เจอแต่ลูกค้าที่กำลังอยากได้สินค้าชนิด
นั้นพอดี ก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวย แต่อีกคนเมื่อออกไปทุกวัน
ก็พบแต่ปัญหาอุปสรรค ลูกค้าทุกรายที่ไปพบ บังเอิญยังไม่ต้องการสินค้าตัวนี้
ถ้าเจอแบบนี้ตลอดก็เรียกว่า พบกับความล้มเหลว หมุนเงินไม่ทัน
ไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ นี่คือหลักของฮวงจุ้ย
คือพยายามช่วยให้บ้านรับพลังที่ถูกยุคเข้าไปกระตุ้นคน
ให้คิดและทำสิ่งต่างๆได้ถูกยุค ถูกสมัย ถูกจังหวะกับโอกาสภายนอก

ฮวงจุ้ยจึงเหมือนกับตัวคูณ
ที่ทำหน้าที่ขยายศักยภาพของคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น
ถ้าคุณมีความสามารถในระดับ 80 คะแนน แล้วได้ฮวงจุ้ยระดับ 100 เป็นตัวคูณ
ก็จะกลายเป็น 8,000 แต่ถ้าได้ได้ฮวงจุ้ยที่ดีระดับ 100,000
ก็จะขยายเป็นผลงานระดับ 8,000,000 ส่วนถ้าโชคร้ายพบกับฮวงจุ้ยติดลบ 1000
เมื่อคูณเข้าไปใส่กับความสามารถที่คุณมี สิ่งที่จะสูญเสียก็กลายเป็น
-80,000 แต่ถ้าหากว่าคนๆนั้นมีความสามารถเป็น 0 เช่นเป็นคนปัญญาอ่อน
ต่อให้ได้ฮวงจุ้ยระดับ 1,000,0000 คะแนน เมื่อคูณกับ 0 ก็กลายเป็นศูนย์

 

ข้อมูลโดย : อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก