
พักหลัง ผู้หญิงมักจะมีความเห็นว่า ถ้าหาผู้ชายดีๆ ไม่ได้ อยู่ด้วยแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น (จะดีขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นไหนผมก็ไม่แน่ใจนะครับ)กลับกัน อาจต้องจมปลัก ไม่สุขสบายเหมือนเคย ก็ขอเป็นโสด ไม่มีคู่ดีกว่าในทางกลับกัน ผมไม่ค่อยได้ยินประโยคอย่างว่าจากฝั่งผู้ชายเท่าไหร่ผมเลยอยากรู้ว่า ที่เป็นแบบนี้มันพอจะแปลว่ายังไงได้บ้าง?หลังจากที่ลองไปคิดๆดู ขอยกความเป็นไปได้ในประเด็นต่างๆ เล็กน้อยตามนี้ครับ
ความเป็นไปได้ข้อแรกผู้หญิงในสมัยนี้ ความเป็นอยู่ดีมาก เมื่อเทียบกับผู้ชายในการที่หญิงชายจะมาอยู่และสร้างครอบครัวไปด้วยกัน มันต้องเฉลี่ยทุกข์สุขกันผู้หญิงสมัยนี้มีทุกอย่างที่อยากได้ มีเงิน มีงาน มีความสามารถและเวลาในการพักผ่อน เทียบกับผู้ชายที่ทำตัวเละเทะกินเหล้าเมายาพูดง่ายๆ คือเวลามาอยู่ด้วยกัน ฝั่งหญิงจะมีแต่เสีย ฝั่งชายมีแต่จะได้ความเห็นในข้อนี้ คงจะถูกใจมนุษย์เพศหญิงอยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ
ความเป็นไปได้ข้อที่สอง- สิ่งที่ผู้หญิงคาดหวังจากชีวิตคู่ ต่างจากสิ่งที่ผู้ชายคาดหวังความเป็นไปได้ข้อนี้ คิดบนพื้นฐานว่าหญิงชายมีโปรไฟล์พอกัน (แหม่ ผู้ชายที่เอาการเอางาน เก่ง หาเงินได้พอควร ก็ใช่ว่าจะไม่มีใช่มั้ยครับ)ผมคงไม่ขอกล้าฟันธงในข้อนี้นะครับ เพียงแต่อยากจะพูดสั้นๆว่า ผมไม่ค่อยได้ยินประโยคจากผู้ชาย บ่นว่าถ้ามีแล้วชีวิตแย่ลง ก็ขอโสดดีกว่าส่วนใหญ่ก็จะได้ยินแค่ว่า แค่ได้อยู่กับคนที่รัก มีครอบครัวที่อบอุ่น ก็พอแล้วไม่ค่อยมีใครบ่นว่า ถ้ามีแล้วเขาต้องทำงานหนักขึ้น ต้องไปรับใช้ภรรยาแล้วชีวิตตัวเองเหนื่อย เลยไม่ขอมีดีกว่า … แบบนี้ผมไม่ค่อยได้ยินจากปากผู้ชายครับกลับกัน ในส่วนผู้หญิง เธอต้องการอะไรจากชีวิตคู่ วาดรูปในอุดมคติไว้แบบไหนต้องมีเงินเยอะขึ้น ต้องมีเวลามากขึ้น ต้องให้สามีมาพินอบพิเทา ฯลฯผมคงตอบไม่ได้ครับ
ความเป็นไปได้ข้อที่สามความเป็นไปได้ข้อสุดท้ายที่ผมนึกออกคือจริงๆ ก็คิดเหมือนกันทั้งคู่แหละ แต่งแล้วชีวิตแย่ลงจะแต่งทำไม ผู้ชายก็มีเหตุผลที่จะโสดเหมือนกันแต่ผู้หญิงขี้บ่นมากกว่า สุดท้ายเลยได้ยินประโยคแนวนี้จากผู้หญิงบ่อย เลยกลายเป็น “วิสัยทัศน์” ของผู้หญิงไป 55
แล้วคุณคิดว่า น่าจะเป็นแบบไหนครับ?






